วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เมื่อมันทรมาน.... จนต้องลากสังขารไปคลีนิคแพทย์ฝังเข็ม

ทุกคืน มุกกี้จะต้องหลับตาลงไปพร้อมกับความหวังว่าพรุ่งนี้ ชั้นจะหายแพ้ท้อง....
ทุกเช้าตื่นมา ก็จะพบแต่อาการเดิมๆจนท้อแท้ไปหมด ทั้งร่างกายและจิตใจ
วันนี้เป็นวันที่ 26 ของการแพ้ท้องแล้ว ไหนใครว่าแพ้หนักๆแค่ 1 เดือนไง นี่ยังไม่มีวี่แววจะดีขึ้นเลยนะ
จริงอยู่ที่หลายคนพยายามบอกว่า ไม่มีใครแพ้ท้องตาย แต่ความทรมานมันก็ทำให้เราอยากตายได้เลย
หลายคนไม่เข้าใจ บอกให้เราอย่าทำตัวอ่อนแอ ให้เราฝืนกิน และต่างๆมากมายที่กดดันให้เราคิดไปว่า "เราคิดไปเอง"
คนพวกนั้นน่าจะลองมาเป็นบ้างนะ และจะเข้าใจมันเลยว่าเราอยากจะคิดไปเองเหลือเกิน
อยากให้มันเป็นแค่ความฝันซะเหลือเกิน มันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

มุกตื่นขึ้นมา หิวน้ำมาก คอแห้งมาก แต่ก็กินน้ำไม่ได้ กว่าจะลุกจากที่นอนได้ บ้านก็หมุนไม่รู้กี่รอบ
พอจะไปแปรงฟัน ได้กลิ่นสบู่ ยาสระผมในห้องน้ำ บางอย่างในกระเพาะมันก็ออกมารอแล้ว
พอเอาแปรงสีฟันเข้าปาก อาการอ้วกที่ไม่เคยจะอู้ก็เริ่มทำงานเลยทันที
ก็ทำไงได้ แปรงไปอ้วกไป พอจะล้างหน้าก็เหม็นโฟมล้างหน้าแทบทนไม่ได้อีก ได้แต่เอาน้ำเปล่าลูบหน้าและรีบไปนอน
หลังจากนั้นพี่แน้ทจะเตรียมอาหารเช้ามาให้ เป็นอาหารเช้าปลอดกลิ่น ซึ่งมีอยู่อย่างเดียว "ไข่ต้ม"
ระหว่างนี้ต้องรีบกินยาก่อนอาหาร น้ำที่พอช่วยได้คือเป๊บซี่ 1 อึก และกลืนยาลงไป
หลังจากนั้นจะกินข้าวได้ แต่ระหว่างกินต้องบ้วนน้ำลายไปด้วยนะ มันลำบากตรงนี้แหละ
พอกินเสร็จ นอนรอซัก 10 นาที อาหารทั้งหมดก็จะออกมานอนเล่นในกระโถนโดยไม่ต้องนัดหมาย
หลังจากนี้ก็นอนไป นอนอย่างเดียว ทีวีห้ามเปิด ได้ยินเสียงแล้วพะอืดพะอม
เสื้อผ้าตัวไหนถ้าเคยใส่แล้วอ้วก จะเห็นไม่ได้อีกต้องเอาไปซ่อน
เพราะมันจะกระตุ้นต่อมอ้วกให้ทำงานเร็วมาก....
นอนกันร้อนๆ แอร์ห้ามเปิด ดิฉันเหม็นกลิ่นลมแอร์
พัดลมจะเปิดแล้วหันมาทางมุกไม่ได้นะ ลมเข้าปากมันเหมือนไปกวนทุกอย่างในกระเพาะอีก
แล้วถ้าวันไหนฝนตก โอ๊ยยยย อย่างกับตกนรกทั้งเป็น ต้องให้พี่แน้ทวิ่งปิดหน้าต่างจ้าละหวั่น
เพราะกลิ่นไอฝนมันช่างเหม็น เหม็นจนหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกไปหมด
แล้วมันก็เป็นแบบนี้วันแล้ววันเล่า ไม่จบสิ้น จนความอดทนหมดไปทีละวันๆ
วันไหนสระผม วันนั้นล่ะ แทบจะอยากโกนผมทิ้ง เพราะกลิ่นแชมพูมันติดอยู่ในรูจมูกจนจะเป็นบ้า
ขวดโออิชิ ชาขาว ชามะนาวอะไรอย่าได้เห็นนะ เห็นแล้วมันอ๊อกทันที
พี่แน้ทซื้อมากินก็ต้องแอบไว้ข้างตู้มั้ง ใต้โต๊ะกินข้าวมั่ง น่าสงสารจริงๆ
พี่แน้ทละโดนกระทำมากที่สุดแล้ว มุกเรียกร้องอะไร ต้องรีบไปหามาให้ กับข้าวนี่ก็ทำให้ทุกวัน
ค้นเมนูมาทำเลยทีเดียว แต่มุกกี้อ้วกหมดค่ะ แล้วเรื่องขี้น้อยใจอย่าให้บอก
ที่มันเคยมากอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มอีกทวีคูณ อ่อนไหว ร้องไห้ง่าย หลายอย่างเลย.....
 วันก่อนดูหนังเรื่อง Step Up
พี่แน้ทเค้าโหลดมา เรานอนฟังนะ ดูไม่ได้ ภาพมันชวนเวียนหัว
ได้ยินตอนสุดท้ายที่มันแข่งกันเต้น แล้วมีทีมนึงแพ้ มุกกี้ได้ยินเสียงว่าแพ้แน่แล้ว
ร้องห่มร้องไห้ ประหนึ่งใครจากไปเลยทีเดียว

วนมาเข้าเรื่องฝังเข็ม คือมานอนคิดแล้ว จะให้เป็นแบบนี้อีกเดือนนึง ไม่ไหวแน่
ก็เลยตัดสินใจพึ่งแพทย์ทางเลือก
พอเจอคุณหมอ คุณหมอก็แนะนำให้เราอดทน เพราะการฝังเข็มนั้นไม่ทำให้หญิงมีครรภ์ ยกเว้นในรายที่สาหัสจริงๆ
อ้าว แล้วหนูไม่สาหัสหรอคะ มุกกี้เริ่มโวยวาย หนูแทบจะลาตายวันละหลบยรอบ หนูไม่ไหวแล้ววววว
คุณหมอเลยบอกว่า หนูก็หนัก แต่หมออยากให้ลองกลับไปทำตามที่หมอแนะนำก่อน
ถ้าไม่ดีขึ้น เรากลับมาฝังเข็มกัน เพราะการฝังเข็มในหญิงมีครรภ์มันมีความเสี่ยงอยู่
มุกกี้หอบสังขารอันโรยรากลับบ้าน เดินคอตกเลยทีเดียว พร้อมกับหิ้วถุงอ้วกกลับมาด้วย
อ้วกมันตั้งแต่ที่จอดรถจนถึงบ้านมันซะเลย เอาให้มันสะใจหมอไปเลย
มุกกี้เหนื่อยมาก ทุกวันนี้แทบจะไม่ได้คิดถึงชีวิตน้อยๆในท้องเลย
เพราะมัวแต่จมอยู่กับความทรมานที่เจอ เมื่อไหร่จะผ่านไปซักที
คิดถึงกิจวัตรประจำวันต่างๆ อยากกลับไปทำงาน
เรื่องทำงานนี่ก็เครียด หยุดมา 3 อาทิตย์แล้ว คิดได้แต่ว่า ถ้าเค้าจะเชิญออก
ก็ยินดีและยอมรับ เพราะจะให้ฝืนไปทำงาน เราทำไม่ไหว มันไม่ใช่การป่วยไข้ธรรมดา
ทำไงได้ ในเมื่อมันไม่มีทางออกอื่น ได้แต่อดทนว่ามันจะผ่านไปในวันนึง

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แพ้ท้อง.... คำนี้ไม่มีลืมจนชั่วชีวิต

หลังจากที่มุกกับพี่แน้ทไปจดทะเบียนสมรสกันมาตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2555
มุกก็รีบไปรักษาภาวะการมีบุตรยากทันที เพราะรู้ตัวเองมาหลายปีแล้วจากการตรวจร่างกายตามปกติทุกปี
ทุกปีหมอจะถามความคืบหน้าเรื่องประจำเดือนที่มักจะมาแบบรายปี และสรุปให้ทุกปีว่ามุกจะเป็นผู้มีบุตรยากในอนาคตแน่นอน....
คราวนี้ก็รีบไปหาหมอ เพราะอยู่ท่ามกลางคำถามของบรรดาแม่ๆทั้งหมดว่าเมื่อไหร่จะท้อง และยังสอนวิธีเพื่อให้ท้องมากมายจนอายเลยทีเดียว
ขอข้ามขั้นตอนการรักษานะ มันหลายอย่างมากๆ แต่ถ้าใครอยากรู้ก็มาถามได้นะ มุกพร้อมจะให้คำปรึกษา
เพราะเข้าใจหัวอกคนอยากมีลูก....
ผ่านมาจนถึงวันจัดงานแต่งงาน วันที่ 9 มิถุนายน 2555 ก็ผ่านไปแบบเหนื่อยที่สุดในชีวิตอีก 1 วัน
ระหว่างนี้ก็พบหมอเพื่อมีบุตรตลอดนะ จนมาถึงวันที่ 4 กค. 55 คิดว่ามันสมควรแก่เวลาจะตรวจแล้ว... ตื่นเต้น
ถ้าเป็นไปตามวันที่หมอบอก วันนี้จะเป็นวันที่ 14 ของการปฏิสนธิ และจะตรวจการตั้งครรภ์ด้วยปัสสาวะเจอ
ก็รีบตื่นไปเซเว่น กลับมาตรวจ.... ขีดเดียว เศร้า...... แล้วก็เลยไปนอนต่อ รอไปทำงานตอน 8 โมง
พอ 8 โมง จะไปทำงาน ขอแวะดูหน่อยละกัน ปรากฎว่าอีก 1 ขีด มันขึ้นมาจางมากๆ ก็แอบมีความหวังอ่ะนะ
รู้มั้ย คนอยากท้องนี่ทำทุกอย่างนะ วัดอุณภูมิตอนตื่นทุกเช้า สังเกตุอาการตัวเองจนจะเป็นบ้าได้ 555
สรุปว่าวันนั้นไปทำงานแบบมีความหวังนิดนึงละกัน อิอิ
จนผ่านไปวันที่ 6 กค. 55 คราวนี้ละ เมนส์ยังไม่มา เลยแอบไปซื้อมาตรวจอีก
ปรากฎว่า... ขีด T ขึ้นมาเร็วมาก 2 ขีดเต็มๆ แล้ววันนั้นก็เป็นวันหยุด แต่ยังไม่บอกพี่แน้ทนะ
เผื่อมันจะไม่ใช่ เดี๋ยวจะดีใจเก้อกัน ก็พกตัวตรวจไปกินข้าวนอกบ้านด้วย แอบเอาออกมาจากกระเป๋าเพื่อดูว่าตาไม่ฝาดนะเป็นระยะๆ 555
จนขากลับแวะบิ๊กซี บอกพี่แน้ทขอซื้อที่ตรวจครรภ์หน่อยนะ คือมันอดใจไม่ไหวแล้ว วิ่งไปซื้อมาเลยและรีบกลับบ้าน
กลับบ้านมาตรวจเลย ไม่รอปัสสาวะตอนเช้าด้วย.... ขึ้นมา 2 ขีดจริงๆ วินาทีนั้นแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง อึ้งมากมาก
รีบขึ้นมาเรียกพี่แน้ท เอาให้ดู พี่แน้ทง่วงอยู่ บอกว่า จริงอะ และเงียบไปเลย แล้วก็หายเข้าไปในห้องน้ำ
คงไปทำใจ ซักพักออกมาบอกว่า ไม่ม้าง อีก 2-3 วัน เมนส์ก็มาแล้ว แต่มุกนะ ไม่คิดแบบนั้นแล้วล่ะ
ยังไงก็ชัวร์ ก็เลยชวนไปตรวจที่ รพ. เอกชนหน้าปากซอยบ้าน ผลออกมาว่า Positive นั่นแหละ
สุดท้ายก็ไปตรวจอีกที ที่รักษาภาวะมีบุตรยากวันที่ 8 กค. ที่นี่เค้าตรวจละเอียด ตรวจเลือดนับจำนวนฮอร์โมนเลย
เราจะได้รู้อายุครรภ์ที่แน่นอนสุดๆ สรุปว่า น้องในท้องอายุ 18 วัน แต่ทางการแพทย์ต้องนับย้อนขึ้นไปอีกประมาน 2 สัปดาห์
สรุปคือ อายุครรภ์ทางการแพทย์ 4 สัปดาห์ แต่อายุของตัวน้อยๆ แค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น.... คงจะเล็กมากเนอะ
ระหว่างนี้มุกก็กังวลไปตามเรื่อง ก็ยังอ่อนเนอะ ซาวน์ก็ไม่เห็นอะไรนี่หน่า....
ดีใจอยู่ไม่เท่าไหร่ อีก 2 อาทิตย์ถัดมา!! เวียนหัว เอ้ะ เราเป็นอะไร เหมือนเมารถตลอดเวลา
ไปทำงาน พี่ที่ทำงานบอกว่าหน้าเหมือนคนติดหนี้ซัก 10 ล้าน 555
คือมันไม่ไหวจริงๆ นะถ้าใครเคยเมารถหรือเคยกินเหล้าจนแฮงค์หนักๆ แล้วจะเข้าใจเลย
เป็นอันว่ามุกกี้เริ่มมีอาการแพ้ท้อง และมันหนักขึ้นเรื่อยจนวันอังคารที่ 24 กค. เริ่มไปทำงานไม่ไหว
เพราะกินข้าวเช้าเข้าไปก็อ้วกออก อาการเริ่มแย่ละ เลยหยุดงานซักวัน เผื่อจะดีขึ้น....
ปรากฎว่าไม่เลย วันนั้นอ้วกทั้งวันทั้งคืน ต่อเนื่องมาวันพุธตื่นมาก็อ้วกเลย อ้วกจนน้ำย่อย น้ำสีเหลือง สีดำอะไรออกมาหมด
พยายามจะเติมอะไรลงกระเพาะ มันก็ออกมาหมดทันที น้ำลายก็ต้องคอยลุกมาบ้วนทิ้ง
เพราะมันกลืนไม่ลง ถ้าฝืนก็จะอ้วกออกมาอีก เห้อ......
วันพุธนั้นเป็นอะไรที่ทรมาน สุดๆ จนหกโมงเย็น พี่แน้ทว่าไม่ไหวละ เลยพาไป รพ.
สรุปว่าหมอให้แอดมิดเลย เพราะร่างกายขาดน้ำ และเกลือแร่
ก็แน่ละ ไม่ได้กินอะไรเลยมา 2 วัน แถมยังไม่รู้เอาอะไรมาอ้วกอีก
อาการที่เค้าว่าคนแพ้ท้องจะเป็น มุกเป็นหมด ทุกอย่าง....
เหม็นกลิ่นพี่แน้ทมาก เหม็นกลิ่นตัวเองด้วย เปิดแอร์ก็ไม่ได้ เหม็นกลิ่นแอร์ทุกที่
ไปไหนเจอแอร์อ้วกทันที น้ำลายกลืนไม่ได้ น้ำเปล่ากินไม่ได้ น้ำหวานก็ไม่ได้อีก
คลื่นไส้ตลอด เวียนหัว ดูทีวีไม่ได้จะอาเจียน แมวที่บ้านเข้าใกล้ไม่ได้เหม็นอีก
อาหารที่มีเนื้อสัตว์กินไม่ได้เลย เหม็นคาวมาก ลุกเดินก็ไม่ได้ บ้านมันหมุนตลอดเวลา
สรุปว่า มุกต้องนอนเฉยๆ ทั้งวัน ดีนะที่พอเล่นไอโฟนได้
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องไปสอบที่ราม ก็อ้วกตั้งแต่หน้าปากซอยยัน ม.ราม อ้วกในห้องสอบ
จนอาจารย์ให้กลับบ้าน 555
ตอนนี้ ทนมาได้ 2 อาทิตย์กว่าแล้ว หมอบอกว่า อีก 2-3 อาทิตย์ก็จะเริ่มดีขึ้น
ขอให้มันเป็นแบบนั้นเถอะ มันทรมานมาก นอนกอดกระโถนแทนสามีมานานแล้ว
อยากกลับไปใช้ชีวิตประจำวันแบบปกติซะที

วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สาเหตุของความเฉยชา และ เมินเฉย

ไม่เกี่ยวกับเรื่องหัวใจนะคะ....อิอิ

วันนี้ที่ทำงานมีเรื่องสะเทือนวงการเกิดขึ้นมากมาย 
หลายเรื่องเป็นเรื่องที่เราไม่อยากรับรู้และเกี่ยวข้อง.....
อีกหลายเรื่องที่เราเลือกจะไม่รับรู้ เพราะมันไม่น่าจะทำให้เราชีวิตดีขึ้น.....
และอีกหลายต่อหลายเรื่อง ที่เราเลือกจะไม่จำ เพราะมันทำให้เราคิดมาก.....
แต่....มีอยู่หนึ่งเรื่องที่มันทำให้เราอยากอธิบาย
เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้เราโกรธ ไม่ได้ทำให้เสียใจหรืออยากจะไปตะโกนด่าใครเลย
เป็นเรื่องที่เรารู้ตัวดีว่าต้องมีคนคิด และเราก็รู้ดีว่าในอดีตเราเคยมองคนแบบนั้น
แต่ตอนนี้เรารู้แล้ว เรารู้เหตุผลนั้นว่าทำไมคนเหล่านั้นต้องทำแบบนั้น
เรื่องนั้นคือ มีึคนบอกว่า เราน่าจะทำงานซะบ้าง!!!
ถามว่าแรงมั้ย? ก็แรงนะ แต่ไม่โกรธ 
เราเข้าใจว่าคนเหล่านั้นไม่ได้อยู่จุดเดียวกับเรา ไม่ได้รับรู้ในสิ่งที่เราโดนกระทำ
แต่อยากขอพื้นที่เล็กๆตรงนี้ สำหรับคนที่ได้อ่าน ซึ่งคนที่ได้อ่านคือคนที่ีอยากจะให้อ่าน
เป็นคนที่เราให้ความเป็นเพื่อน เรารู้สึกดีๆด้วย เราก็อยากให้เค้าเข้าใจในตัวเรา....
มุกเป็นคนทำงานจริงจังนะ และมั่นใจว่าทำได้ในทุกอย่างที่รับผิดชอบ
แต่ทุกอย่างมีเหตุและผลของมัน
เมื่อก่อน มุกเป็นคนทุ่มเทกับการทำงานนะ ทำทุกอย่าง ทุกสิ่งที่ทำได้
แต่ปัจจุบันมันไม่ใช่ เพราะหลายอย่างที่เราทุ่มเท และสำเร็จได้
เราก็ไม่ได้อะไรกลับมา แม้แต่ใจ 
มีคนบอกมาว่า เราทำงานด้วยใจ แต่เราไม่ได้ใช้ใจกินข้าว...ถูกต้อง
มุกไม่ได้ใช้ใจกินข้าว แต่มุกก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร
อย่างน้อยถ้าได้ใจกลับมาบ้างก็พอใจแล้ว.....
แต่นี่ไม่ได้อะไร ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น แล้วจะทุ่มเทไปทำไม
ทำหรือไม่ทำ ทุกอย่างเหมือนเดิม ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินขึ้นสู่บันไดที่สูงกว่า
แต่มุกกับพี่อีกคนที่อยู่ในชะตากรรมเดียวกัน กลับไม่ได้อะไร
แต่มุกก็ไม่เคยทำอะไรเสียหาย ยังทำงานอย่างมีความรับผิดชอบ แต่งานทุกอย่างที่ทำต้องมีขอบเขต คงไม่นั่งทำทุกอย่าง ตลอดเวลาเหมือนเดิม
หลายคนคงเคยได้ยินว่า ทำงานตามมาตรฐานเงินเดือน มุกก็เป็นเช่นนั้น
ที่พูดมา ไม่ได้หวังให้ใครเข้าใจ แต่มั่นใจว่าถ้าใครตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันจะต้องเข้าใจมันแน่นอน......
ตอนนี้ มองภายนอกมุกคือคนที่มาทำงานทุกวัน แต่ไม่ได้ทำงาน
แต่งตัวสวยๆ เดินไปเดินมา หัวเราะเฮฮาไปวันๆ....
มุกก็ไม่ว่าอะไรนะถ้าใครจะคิด เพราะมุกก็ขออยู่แบบนี้แหละ 
ใครจะรู้บ้างว่าเราทำหรือไม่ทำอะไร เรารู้ตัวเองดีที่สุดก็พอ.....
คนอื่นช่างเค้า......
เพราะเวลาเราทุ่มเท เราเหนื่อย คนเหล่านั้่นก็ไม่ได้มาเหนื่อยด้วย
หรือเค้าจะเอาเงินเดือนเค้ามาแบ่งให้มุกครึ่งนึงก็ได้นะ...
ถ้าทำแบบนั้นมุกจะช่วยทำงานให้ส่วนของเค้าให้ด้วยเลย
 

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เราต้องเชื่อตัวเอง.....

วันนี้มุกกี้มีภารกิจต้องรีบตื่นไปธนาคารเพื่อโอนเงินไปจองสถานที่
หลายคนคงนึกว่า งานการไม่ทำหรอ เห็นมาพูดเรื่องงานแต่งงานซะเยอะ 555
คืองานก็ทำำค่ะ ทำทุกวันไม่เคยขาด วันนี้ก็ต้องทำแต่หลังจากไปธนาคารก่อนค่ะ เลยต้องรีบตื่นออกจากบ้านแต่เช้าตรู่เลยทีเดียว ประหนึ่งธนาคารเิปิดตั้งแต่ตี 4
พอไปถึงธนาคาร ก็จัดแจงโทรไปที่เรือนเจ้าสาวบอกว่าจะเปลี่ยนวันเป็นวันที่ 19 พฤษภาคม
ทันใดนั้นสวรรค์ที่มารออยู่ก็พังทลายไปตรงหน้า อิอิ
เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีึคนจองแล้วค่ะ จะว่างแค่ช่วงเย็น แต่ทางเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องไปทำบุญเลี้ยงพระกันมาเองนะคะ แล้วค่อยมาจัดงานที่เรือนเจ้าสาว
มุกช็อคค่ะ ไปทำบุญกันเอง!!! ไม่พร้อมค่ะไม่พร้อม ไม่พร้อมในที่นี้คือไม่รู้ว่าเริ่มยังไง ทำอะไรก่อน กลัวจะผิดไปหมด เลยไม่ยอมค่ะ ขอวางสายไปก่อน ตั้งสตินิดนึงเดี๋ยวโทรไปใหม่นะคะ.....แกร๊ก

นั่งสับสนอยู่ในธนาคารค่ะ มาคนเดียวด้วย คุณว่าที่ไม่ได้มาเพราะคิดว่าเราแค่มาโอนเงินจองแล้วเลยไปทำงาน ไม่น่าต้องห่วงอะไร ที่ไหนได้ อิชั้นนั้งลมจับอยู่ในธนาคารคร่าาา ใครจะรู้บ้าง 

ท้ายที่สุดตัดสินใจยกหูโทรศัพท์โทรหาเพื่อนสาวว่าถ้ามุกจัดงานวันศุกร์เธอจะมาได้มั้ย แล้วแฟนเธอล่ะ แม่เธอล่ะ จะมีใครมามั้ย บลา บลา บลา จนเพื่อนสาวตัดบท
"กรูไป คนอื่นไม่รู้ แล้วแต่มึงเลย แต่กรูไป"
จบค่ะ!!! โดนด่าปุ๊บสติเกิด เลยขอวางสายแล้วเดี๋ยวจะโทรไปอัพเดท

จนแล้วจนรอด สติสัมปชัญญะ (หรือเปล่า) ก็เกิดขึ้น.....
"ถ้าเราเชื่อในดวง แต่เราทำตัวไม่ดี ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเราจะอยู่กันยืด"
"ถ้าเราไม่เลื่อนวัน แล้วจะมีใครมามั้ย เค้าคงไปทำงานกันหมด"
ฯลฯ คืออีกหลายอย่างที่คนอย่างมุกจะฟุ้งซ่านไปได้....
ตัดสินใจได้ โทรกลับไปเรือนเจ้าสาวเลยค่ะ พี่คนเดิมรับมุกรีบถามกลับไป
"เสาร์ไหนว่างบ้างคะ 12 ล่ะ 26 ล่ะ หรือ 2 มิถุนายน ล่ะ"
พี่คนเดิมบอกไม่มีว่างเลยทั้งเสาร์-อาทิตย์...
กลับมานั่งคิดว่าวันนี้ 17 กพ. ถ้าเราเลื่อน เลื่อน เลื่อน ออกไปจะนานไปมั้ย คืออิชั้นไม่ชอบรอค่ะ
เจ้าบ่าวตกลงแล้ว เกิดเปลี่ยนใจทำไงล่ะคร๊า ใครจะรับผิดชอบ 
เลยเอาวะ 9 มิถุนายนล่ะ พี่คนเดิมรีบตอบว่า ยังว่างอยู่ แต่เนี่ยกำลังคุยอยู่ 1 คน เค้าจะจองวันที่ 9 น้องเอาไง จะจองมั้ย จะได้ลงชื่อเลย คนนั้นเค้ามานั่งรออยู่ที่ออฟฟิตแล้ว ถ้าไม่ลงชื่อไว้ก็ไม่ได้แล้วนะ
มุกกี้ไม่รอช้าบอกว่าจองเลยค่ะ!! หนูอยู่ธนาคารแล้ว ไม่เกิน 5 นาที เรียบร้อยค่ะ เช็คเงินได้เลย....

หลังจากวางสาย รู้สึกโล่งนิดๆ แต่ต้องรับไปโอนเงินก่อน พอโอนเงินเสร็จเท่านั้นแหละ โล่งสนิทเลย เหมือนใครมายกภูเขา 25 ลูกออกไป....
รีบโทรบอกเจ้าบ่าวว่าได้วันที่ 9 มิถุนายน นะ โดยที่ไม่ได้โทรไปปรึกษาเลยค่ะ จัดแจงวันและเวลาเองหมด เจ้าบ่าวก็ได้แต่งงและตอบโอเค เพราะกลัวอิชั้นเหวี่ยงค่ะ เค้าคงจับน้ำเสียงได้ว่าเสียงดูตื่นเต้นและหอบมากๆ 555 น่าสงสารเจ้าบ่าวจริงๆ
ปรากฎว่าทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ขึ้น Facebook รีบประกาศทันทีว่าวันที่ 9 มิถุนายน แต่ที่ไหนได้ ดันพิมผิดเป็นวันที่ 5 มิถุนายน 2555 
มารู้ตัวตอนถึงออฟฟิต เพื่อนถามว่าเป็นวันอังคารนิ เราเลยเอะใจ อ้าวเออ พิมพ์ผิดเนอะ เลยได้แต่อายไป จนโดนแซวว่าอยากแต่งงานจนมือสั่น 5555






วันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เริ่มกระบวนการสู่........การแต่งงาน!!

ไม่นึกเลยว่าจะมาถึงวันนี้ของเรา วันที่เราจะพากันไปจองแพ็กเกจแต่งงาน จองสถานที่ ย้อนไปถึงวันนั้น ก็ไม่ได้คิดว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่เราจะแต่งงานด้วย เรื่องอนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอนจริงๆ.....

เช้าวันนี้เราพากันไปที่เรือนเจ้าสาว ตรงรัชวิภา เพื่อดูสถานที่ ที่จริงตัวมุกอ่านรีวิวของคนอื่นมาหมดแล้ว
ใจเราชอบที่นี่ไปแล้ว เนื่องจากบรรยากาศตรงกับความต้องการของเรา เราอยากแต่งงานกันแบบไทยๆให้ถูกต้องตามประเพณีเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรมากมายว่าจะต้องเป็นที่ไหนเลย.....



เรื่องที่มุกหนักใจคือ ทำอย่างไรให้คุณว่าที่สามีเค้าเข้าใจและยอมรับว่าเราต้องจัดงานที่นี่...
เพราะเึ้ค้าเสียดายเงินหากต้องจ่ายแพงๆ แต่วันนั้นพี่แนทชอบที่นี่มาก 
เลยตกลงจองกันไว้เป็นวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2555 เวลา 7.00-12.00 น.
ขากลับวันนั้นเค้าก็พูดตลอดทางว่าที่นี่มาก อย่างนั้นอย่างนี้ เราก็ดีใจแล้วล่ะ....
อย่างน้อยเราก็ได้จัดงานที่นี่แล้วล่ะ รอดตัวไป.....อิอิ

หลังจากเราถึงบ้าน เราก็ได้ลองทบทวนดูว่า ถ้าเราจัดงานวันศุกร์ แล้วจะมีใครมางานเราหรือเปล่า 
เพราะมันยังตรงกับวันทำงานของหลายๆคนอยู่ เราเลยคิดว่าเราจะหาฤกษ์ใหม่กัน 
แล้วเราก็เข้าอินเตอร์เน็ททันที เพื่อหาฤกษ์ที่ตรงกับเสาร์หรืออาทิตย์
สรุปว่าเราได้วันที่ 19 พฤษภาคมซึ่งเป็นวันเสาร์ โอเคแล้วล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปโอนเงินจองเลย

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

แต่งงาน....ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรอนี่???

หลังจากที่เราสองคน มุก กับ พี่แนท ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา 1 ปี กว่าๆแล้ว อืมมม.... 1 ปีแล้ว ผ่านไปเร็วพอสมควร มันคงได้เวลาแล้วสินะ...

เช้าวันนี้เป็นวันที่เราสองคนจะไปคุยกับพ่อแม่ของเราทั้งคู่ว่าเราตกลงจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว 
เหมือนเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ ?!............
ระหว่างทางไปบ้านของพ่อแม่พี่แนท พี่แนทก็บอกว่า จะแต่งงานกันแล้วสิ พี่ยังไม่ได้ขอมุกจริงๆจังๆเลย 
ว่าแล้วก็พูดขึ้นมาว่า "แต่งงานกับพี่นะ......."
มุกกี้ "เอ่อ....อะไรเนี่ย"
พี่แน้ท "อ้าว ไม่เห็นจะร้องไห้เลย โห ดูในทีวีนี่นางเอกน้ำตาแตกเลยนะ"
มุกกี้ "อ่าว ก็นี่มันกลางถนนนะ ร้อนด้วย มันโรแมนติกตรงไหน บลา บลา บลา...."
มุกกี้ และ พี่แน้ท "55555555"

สรุปว่ามันคงเป็นการตกลงไปโดยปริยายละมั้ง แต่มุกกี้ก็ยังไม่วาย...
งอแงให้ผู้ชายขอแต่งงานใหม่ แบบโรแมนติกๆไปอีกหลายวัน ฮ่า ฮ่า

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

อยากได้นางร้ายใช่มั้ย...

มุกผู้ไม่แพ้...เกือบเงียบหายไปแล้ว...
ด้วยวัยที่โตขึ้นและผ่านประสบการณ์มามากมายทำให้เราได้รู้ว่า คนเราต้องหัดแพ้...ซะบ้าง

แต่...ก็มีคนบางกลุ่ม คนบางคน ไม่เคยเห็นมุกในเวอร์ชั่นไม่ยอมแ้พ้...
ก็เลยทำตัวเหยียบย่ำ อยากจะซ้ำเติมมุกที่ดูเหมือนคนเงียบๆใจดีๆ (หรอ)
ขอโทษเถอะนะ แค่เงียบหายไปตามกาลเวลา แต่ไม่ไ่ด้ตายจากซะหน่อย....
ทุกวันนี้อดทนแค่ไหนที่จะไม่พูดจาถากถางคนที่ไม่ชอบขี้หน้า
เสแสร้งแกล้งดีแค่ไหน... อยากจะเจอกันนักนางร้าย มุกกี้จัดให้ได้ตลอดนะ

คือถ้าบุคคลเหล่านั้นได้มีโอกาสอ่านบล็อคนี้นะ รู้ตัวเถอะ... ช่วยรู้ตัวเถอะ...
เพราะถ้าเธอยังเยอะ เธอได้โดนจัดหนักแน่
แล้วถ้าว่างมากก็หัดนั่งเงียบๆซะบ้าง ไม่ใช่นั่งพูดมาก ขี้ฟ้อง รู้ป่าวลมมันจะเข้าท้อง ทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อได้...............