วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เมื่อมันทรมาน.... จนต้องลากสังขารไปคลีนิคแพทย์ฝังเข็ม

ทุกคืน มุกกี้จะต้องหลับตาลงไปพร้อมกับความหวังว่าพรุ่งนี้ ชั้นจะหายแพ้ท้อง....
ทุกเช้าตื่นมา ก็จะพบแต่อาการเดิมๆจนท้อแท้ไปหมด ทั้งร่างกายและจิตใจ
วันนี้เป็นวันที่ 26 ของการแพ้ท้องแล้ว ไหนใครว่าแพ้หนักๆแค่ 1 เดือนไง นี่ยังไม่มีวี่แววจะดีขึ้นเลยนะ
จริงอยู่ที่หลายคนพยายามบอกว่า ไม่มีใครแพ้ท้องตาย แต่ความทรมานมันก็ทำให้เราอยากตายได้เลย
หลายคนไม่เข้าใจ บอกให้เราอย่าทำตัวอ่อนแอ ให้เราฝืนกิน และต่างๆมากมายที่กดดันให้เราคิดไปว่า "เราคิดไปเอง"
คนพวกนั้นน่าจะลองมาเป็นบ้างนะ และจะเข้าใจมันเลยว่าเราอยากจะคิดไปเองเหลือเกิน
อยากให้มันเป็นแค่ความฝันซะเหลือเกิน มันแทบจะทนไม่ไหวแล้ว

มุกตื่นขึ้นมา หิวน้ำมาก คอแห้งมาก แต่ก็กินน้ำไม่ได้ กว่าจะลุกจากที่นอนได้ บ้านก็หมุนไม่รู้กี่รอบ
พอจะไปแปรงฟัน ได้กลิ่นสบู่ ยาสระผมในห้องน้ำ บางอย่างในกระเพาะมันก็ออกมารอแล้ว
พอเอาแปรงสีฟันเข้าปาก อาการอ้วกที่ไม่เคยจะอู้ก็เริ่มทำงานเลยทันที
ก็ทำไงได้ แปรงไปอ้วกไป พอจะล้างหน้าก็เหม็นโฟมล้างหน้าแทบทนไม่ได้อีก ได้แต่เอาน้ำเปล่าลูบหน้าและรีบไปนอน
หลังจากนั้นพี่แน้ทจะเตรียมอาหารเช้ามาให้ เป็นอาหารเช้าปลอดกลิ่น ซึ่งมีอยู่อย่างเดียว "ไข่ต้ม"
ระหว่างนี้ต้องรีบกินยาก่อนอาหาร น้ำที่พอช่วยได้คือเป๊บซี่ 1 อึก และกลืนยาลงไป
หลังจากนั้นจะกินข้าวได้ แต่ระหว่างกินต้องบ้วนน้ำลายไปด้วยนะ มันลำบากตรงนี้แหละ
พอกินเสร็จ นอนรอซัก 10 นาที อาหารทั้งหมดก็จะออกมานอนเล่นในกระโถนโดยไม่ต้องนัดหมาย
หลังจากนี้ก็นอนไป นอนอย่างเดียว ทีวีห้ามเปิด ได้ยินเสียงแล้วพะอืดพะอม
เสื้อผ้าตัวไหนถ้าเคยใส่แล้วอ้วก จะเห็นไม่ได้อีกต้องเอาไปซ่อน
เพราะมันจะกระตุ้นต่อมอ้วกให้ทำงานเร็วมาก....
นอนกันร้อนๆ แอร์ห้ามเปิด ดิฉันเหม็นกลิ่นลมแอร์
พัดลมจะเปิดแล้วหันมาทางมุกไม่ได้นะ ลมเข้าปากมันเหมือนไปกวนทุกอย่างในกระเพาะอีก
แล้วถ้าวันไหนฝนตก โอ๊ยยยย อย่างกับตกนรกทั้งเป็น ต้องให้พี่แน้ทวิ่งปิดหน้าต่างจ้าละหวั่น
เพราะกลิ่นไอฝนมันช่างเหม็น เหม็นจนหายใจไม่ออก แน่นหน้าอกไปหมด
แล้วมันก็เป็นแบบนี้วันแล้ววันเล่า ไม่จบสิ้น จนความอดทนหมดไปทีละวันๆ
วันไหนสระผม วันนั้นล่ะ แทบจะอยากโกนผมทิ้ง เพราะกลิ่นแชมพูมันติดอยู่ในรูจมูกจนจะเป็นบ้า
ขวดโออิชิ ชาขาว ชามะนาวอะไรอย่าได้เห็นนะ เห็นแล้วมันอ๊อกทันที
พี่แน้ทซื้อมากินก็ต้องแอบไว้ข้างตู้มั้ง ใต้โต๊ะกินข้าวมั่ง น่าสงสารจริงๆ
พี่แน้ทละโดนกระทำมากที่สุดแล้ว มุกเรียกร้องอะไร ต้องรีบไปหามาให้ กับข้าวนี่ก็ทำให้ทุกวัน
ค้นเมนูมาทำเลยทีเดียว แต่มุกกี้อ้วกหมดค่ะ แล้วเรื่องขี้น้อยใจอย่าให้บอก
ที่มันเคยมากอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มอีกทวีคูณ อ่อนไหว ร้องไห้ง่าย หลายอย่างเลย.....
 วันก่อนดูหนังเรื่อง Step Up
พี่แน้ทเค้าโหลดมา เรานอนฟังนะ ดูไม่ได้ ภาพมันชวนเวียนหัว
ได้ยินตอนสุดท้ายที่มันแข่งกันเต้น แล้วมีทีมนึงแพ้ มุกกี้ได้ยินเสียงว่าแพ้แน่แล้ว
ร้องห่มร้องไห้ ประหนึ่งใครจากไปเลยทีเดียว

วนมาเข้าเรื่องฝังเข็ม คือมานอนคิดแล้ว จะให้เป็นแบบนี้อีกเดือนนึง ไม่ไหวแน่
ก็เลยตัดสินใจพึ่งแพทย์ทางเลือก
พอเจอคุณหมอ คุณหมอก็แนะนำให้เราอดทน เพราะการฝังเข็มนั้นไม่ทำให้หญิงมีครรภ์ ยกเว้นในรายที่สาหัสจริงๆ
อ้าว แล้วหนูไม่สาหัสหรอคะ มุกกี้เริ่มโวยวาย หนูแทบจะลาตายวันละหลบยรอบ หนูไม่ไหวแล้ววววว
คุณหมอเลยบอกว่า หนูก็หนัก แต่หมออยากให้ลองกลับไปทำตามที่หมอแนะนำก่อน
ถ้าไม่ดีขึ้น เรากลับมาฝังเข็มกัน เพราะการฝังเข็มในหญิงมีครรภ์มันมีความเสี่ยงอยู่
มุกกี้หอบสังขารอันโรยรากลับบ้าน เดินคอตกเลยทีเดียว พร้อมกับหิ้วถุงอ้วกกลับมาด้วย
อ้วกมันตั้งแต่ที่จอดรถจนถึงบ้านมันซะเลย เอาให้มันสะใจหมอไปเลย
มุกกี้เหนื่อยมาก ทุกวันนี้แทบจะไม่ได้คิดถึงชีวิตน้อยๆในท้องเลย
เพราะมัวแต่จมอยู่กับความทรมานที่เจอ เมื่อไหร่จะผ่านไปซักที
คิดถึงกิจวัตรประจำวันต่างๆ อยากกลับไปทำงาน
เรื่องทำงานนี่ก็เครียด หยุดมา 3 อาทิตย์แล้ว คิดได้แต่ว่า ถ้าเค้าจะเชิญออก
ก็ยินดีและยอมรับ เพราะจะให้ฝืนไปทำงาน เราทำไม่ไหว มันไม่ใช่การป่วยไข้ธรรมดา
ทำไงได้ ในเมื่อมันไม่มีทางออกอื่น ได้แต่อดทนว่ามันจะผ่านไปในวันนึง

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แพ้ท้อง.... คำนี้ไม่มีลืมจนชั่วชีวิต

หลังจากที่มุกกับพี่แน้ทไปจดทะเบียนสมรสกันมาตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2555
มุกก็รีบไปรักษาภาวะการมีบุตรยากทันที เพราะรู้ตัวเองมาหลายปีแล้วจากการตรวจร่างกายตามปกติทุกปี
ทุกปีหมอจะถามความคืบหน้าเรื่องประจำเดือนที่มักจะมาแบบรายปี และสรุปให้ทุกปีว่ามุกจะเป็นผู้มีบุตรยากในอนาคตแน่นอน....
คราวนี้ก็รีบไปหาหมอ เพราะอยู่ท่ามกลางคำถามของบรรดาแม่ๆทั้งหมดว่าเมื่อไหร่จะท้อง และยังสอนวิธีเพื่อให้ท้องมากมายจนอายเลยทีเดียว
ขอข้ามขั้นตอนการรักษานะ มันหลายอย่างมากๆ แต่ถ้าใครอยากรู้ก็มาถามได้นะ มุกพร้อมจะให้คำปรึกษา
เพราะเข้าใจหัวอกคนอยากมีลูก....
ผ่านมาจนถึงวันจัดงานแต่งงาน วันที่ 9 มิถุนายน 2555 ก็ผ่านไปแบบเหนื่อยที่สุดในชีวิตอีก 1 วัน
ระหว่างนี้ก็พบหมอเพื่อมีบุตรตลอดนะ จนมาถึงวันที่ 4 กค. 55 คิดว่ามันสมควรแก่เวลาจะตรวจแล้ว... ตื่นเต้น
ถ้าเป็นไปตามวันที่หมอบอก วันนี้จะเป็นวันที่ 14 ของการปฏิสนธิ และจะตรวจการตั้งครรภ์ด้วยปัสสาวะเจอ
ก็รีบตื่นไปเซเว่น กลับมาตรวจ.... ขีดเดียว เศร้า...... แล้วก็เลยไปนอนต่อ รอไปทำงานตอน 8 โมง
พอ 8 โมง จะไปทำงาน ขอแวะดูหน่อยละกัน ปรากฎว่าอีก 1 ขีด มันขึ้นมาจางมากๆ ก็แอบมีความหวังอ่ะนะ
รู้มั้ย คนอยากท้องนี่ทำทุกอย่างนะ วัดอุณภูมิตอนตื่นทุกเช้า สังเกตุอาการตัวเองจนจะเป็นบ้าได้ 555
สรุปว่าวันนั้นไปทำงานแบบมีความหวังนิดนึงละกัน อิอิ
จนผ่านไปวันที่ 6 กค. 55 คราวนี้ละ เมนส์ยังไม่มา เลยแอบไปซื้อมาตรวจอีก
ปรากฎว่า... ขีด T ขึ้นมาเร็วมาก 2 ขีดเต็มๆ แล้ววันนั้นก็เป็นวันหยุด แต่ยังไม่บอกพี่แน้ทนะ
เผื่อมันจะไม่ใช่ เดี๋ยวจะดีใจเก้อกัน ก็พกตัวตรวจไปกินข้าวนอกบ้านด้วย แอบเอาออกมาจากกระเป๋าเพื่อดูว่าตาไม่ฝาดนะเป็นระยะๆ 555
จนขากลับแวะบิ๊กซี บอกพี่แน้ทขอซื้อที่ตรวจครรภ์หน่อยนะ คือมันอดใจไม่ไหวแล้ว วิ่งไปซื้อมาเลยและรีบกลับบ้าน
กลับบ้านมาตรวจเลย ไม่รอปัสสาวะตอนเช้าด้วย.... ขึ้นมา 2 ขีดจริงๆ วินาทีนั้นแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง อึ้งมากมาก
รีบขึ้นมาเรียกพี่แน้ท เอาให้ดู พี่แน้ทง่วงอยู่ บอกว่า จริงอะ และเงียบไปเลย แล้วก็หายเข้าไปในห้องน้ำ
คงไปทำใจ ซักพักออกมาบอกว่า ไม่ม้าง อีก 2-3 วัน เมนส์ก็มาแล้ว แต่มุกนะ ไม่คิดแบบนั้นแล้วล่ะ
ยังไงก็ชัวร์ ก็เลยชวนไปตรวจที่ รพ. เอกชนหน้าปากซอยบ้าน ผลออกมาว่า Positive นั่นแหละ
สุดท้ายก็ไปตรวจอีกที ที่รักษาภาวะมีบุตรยากวันที่ 8 กค. ที่นี่เค้าตรวจละเอียด ตรวจเลือดนับจำนวนฮอร์โมนเลย
เราจะได้รู้อายุครรภ์ที่แน่นอนสุดๆ สรุปว่า น้องในท้องอายุ 18 วัน แต่ทางการแพทย์ต้องนับย้อนขึ้นไปอีกประมาน 2 สัปดาห์
สรุปคือ อายุครรภ์ทางการแพทย์ 4 สัปดาห์ แต่อายุของตัวน้อยๆ แค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น.... คงจะเล็กมากเนอะ
ระหว่างนี้มุกก็กังวลไปตามเรื่อง ก็ยังอ่อนเนอะ ซาวน์ก็ไม่เห็นอะไรนี่หน่า....
ดีใจอยู่ไม่เท่าไหร่ อีก 2 อาทิตย์ถัดมา!! เวียนหัว เอ้ะ เราเป็นอะไร เหมือนเมารถตลอดเวลา
ไปทำงาน พี่ที่ทำงานบอกว่าหน้าเหมือนคนติดหนี้ซัก 10 ล้าน 555
คือมันไม่ไหวจริงๆ นะถ้าใครเคยเมารถหรือเคยกินเหล้าจนแฮงค์หนักๆ แล้วจะเข้าใจเลย
เป็นอันว่ามุกกี้เริ่มมีอาการแพ้ท้อง และมันหนักขึ้นเรื่อยจนวันอังคารที่ 24 กค. เริ่มไปทำงานไม่ไหว
เพราะกินข้าวเช้าเข้าไปก็อ้วกออก อาการเริ่มแย่ละ เลยหยุดงานซักวัน เผื่อจะดีขึ้น....
ปรากฎว่าไม่เลย วันนั้นอ้วกทั้งวันทั้งคืน ต่อเนื่องมาวันพุธตื่นมาก็อ้วกเลย อ้วกจนน้ำย่อย น้ำสีเหลือง สีดำอะไรออกมาหมด
พยายามจะเติมอะไรลงกระเพาะ มันก็ออกมาหมดทันที น้ำลายก็ต้องคอยลุกมาบ้วนทิ้ง
เพราะมันกลืนไม่ลง ถ้าฝืนก็จะอ้วกออกมาอีก เห้อ......
วันพุธนั้นเป็นอะไรที่ทรมาน สุดๆ จนหกโมงเย็น พี่แน้ทว่าไม่ไหวละ เลยพาไป รพ.
สรุปว่าหมอให้แอดมิดเลย เพราะร่างกายขาดน้ำ และเกลือแร่
ก็แน่ละ ไม่ได้กินอะไรเลยมา 2 วัน แถมยังไม่รู้เอาอะไรมาอ้วกอีก
อาการที่เค้าว่าคนแพ้ท้องจะเป็น มุกเป็นหมด ทุกอย่าง....
เหม็นกลิ่นพี่แน้ทมาก เหม็นกลิ่นตัวเองด้วย เปิดแอร์ก็ไม่ได้ เหม็นกลิ่นแอร์ทุกที่
ไปไหนเจอแอร์อ้วกทันที น้ำลายกลืนไม่ได้ น้ำเปล่ากินไม่ได้ น้ำหวานก็ไม่ได้อีก
คลื่นไส้ตลอด เวียนหัว ดูทีวีไม่ได้จะอาเจียน แมวที่บ้านเข้าใกล้ไม่ได้เหม็นอีก
อาหารที่มีเนื้อสัตว์กินไม่ได้เลย เหม็นคาวมาก ลุกเดินก็ไม่ได้ บ้านมันหมุนตลอดเวลา
สรุปว่า มุกต้องนอนเฉยๆ ทั้งวัน ดีนะที่พอเล่นไอโฟนได้
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ต้องไปสอบที่ราม ก็อ้วกตั้งแต่หน้าปากซอยยัน ม.ราม อ้วกในห้องสอบ
จนอาจารย์ให้กลับบ้าน 555
ตอนนี้ ทนมาได้ 2 อาทิตย์กว่าแล้ว หมอบอกว่า อีก 2-3 อาทิตย์ก็จะเริ่มดีขึ้น
ขอให้มันเป็นแบบนั้นเถอะ มันทรมานมาก นอนกอดกระโถนแทนสามีมานานแล้ว
อยากกลับไปใช้ชีวิตประจำวันแบบปกติซะที